ผักชีกำลังได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น เป็นกระแส “ผักชีฟีเวอร์” คนญี่ปุ่นจะเรียกผักชีว่า ว่า “พัก-กุ-ชี” โดยนิยมนำผักชีมาใส่ในอาหาร
เช่น หม้อนาเบะต้ม (คล้ายๆใส่ในต้มยำกุ้ง) หรือใส่ในหม้อซุปกระดูกหมู หรือซุปต่าง ๆ แล้วแต่สูตรเฉพาะของแต่ละร้าน เมนูที่นิยมอีกอัน
คือ ผักชีเทมปุระ เอาผักชีไปทอดนอกจากนั้นก็นำมาใส่สลัด

ที่มาแนวแปลกหน่อย คือทำเป็นเครื่องดื่ม กลายเป็นผักชีโมฮิโต้ (เอามาใส่แทนสะระแหน่) ผักชีอุเมะชู (ผักชีใส่ในเหล้าบ๊วย) สาเกผักชี (เอาผักชีไปหมัก)
หรือแม้แต่ขนม เช่น มันฝรั่งทอดกรอบรสผักชี ไอศกรีมผักชี เป็นต้น เราในฐานะคนไทยที่อยู่ใกล้ชิดกับผักชี อาหารไทยหลายชนิดก็นิยมนำผักชีมาโรยหน้า
เพื่อความสวยงามบ้าง เพิ่มความหอมบ้าง เรามาทำความรู้จักกับผักชีและคุณประโยชน์ของผักชีกัน

ผักชี Coriander มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Coriandrum sativum) ชื่ออื่นในแต่ละท้องถิ่น เช่น ผักหอม (นครพนม) ผักหอมน้อย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
ผักหอมป้อม ผักหอมผอม (ภาคเหนือ) พังไฉ่ (จีน-แต้จิ๋ว)

ผักชีเป็นพืชผักที่สามารถปลูกได้ตลอดปี แต่ช่วงที่เหมาะที่สุดคือฤดูหนาว เพราะจะทำให้ผักชีโตเร็ว ผักชีเป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก
ในการนำมาใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากขึ้น

ผักชีมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ คนที่ชอบผักชี มักจะบอกว่า เมื่อได้ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น บ้างก็ว่ากลิ่นหอมเหมือนเลมอน ส่วนคนที่ไม่ชอบ จะรู้สึกว่าผักชีมีกลิ่นเหม็น
และรสชาติไม่ถูกปาก ต้น ใบ และราก มีรสเผ็ด ช่วยขับเหงื่อและผื่นหัดให้ออกมากขึ้น ช่วยขับลม ละลายเสมหะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ
ทำให้เจริญอาหาร ดับกลิ่นคาวปลาและเนื้อ

ผล มีรสเผ็ด แก้หัด ทำให้ผื่นออกเร็วและหายเร็วขึ้น แก้บิด ริดสีดวงทวาร บำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้เบื่ออาหาร ดับกลิ่นคาวปลาและเนื้อ
ผักชีมีคุณประโยชน์มากมายที่ อยู่คู่ครัวไทยมานาน อย่าลืมไปลิ้มชิมรส กันดูนะครับ

แหล่งอ้างอิง : 
https://en.wikipedia.org/wiki/Coriander
https://www.doctor.or.th/article/detail/6139
https://www.doctor.or.th/article/detail/6139

เรียบเรียงโดย: นายยศวีร์ อัตต์สินทอง นักวิชาการ 7

อพวช. ร่วมกับ สถาบันเกอเธ่ประเทศไทย นำคณะตัวแทนทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ไทยประจำปี 2560 (YTSA 2017) ศึกษาเรียนรู้เปิดประสบการณ์ใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ณ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในระหว่างวันที่ 10 – 18 กุมภาพันธ์ 2561 โดยคณะเยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Walk Rally ชมเมือง Freiburg ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพลังงานสีเขียว และเมืองแห่งป่าดำ (Schwarzwald) อันมีชื่อเสียง พร้อมได้เรียนรู้การเลือกใช้วัสดุอย่างชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารต่าง ๆ ในเมืองอัจฉริยะ Wilhelmsburg แห่งเมือง Hamburg ทั้งนี้ คณะตัวแทนทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ไทยยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิทยาศาสตร์ในสถาบันวิจัยชั้นนำของโลกอย่าง สถาบันวิจัย Öko (Öko-Institut e.V.) ที่ปรึกษาเกี่ยวกับอนาคตที่ยั่งยืน สถาบันวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ MAX PLANCK (The Max Planck Institute for Meteorology) มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ Hamburg (Hamburg University of Applied Science) และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ Spectrum (Science Center Spectrum) และพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีแห่งเยอรมัน (German Museum of Technology Berlin (Deutsches Technikmuseum Berlin) โดยประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมให้กับทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ไทย ให้เกิดความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืนในอนาคต