การทดลอง: ไข่ไร้เปลือก

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ  เมื่อพวกเราพูดถึงไข่ก็คิดกันได้มากมาย   อย่างไรเสียครั้งนี้ขอให้ทุกท่านนึกถึงเฉพาะแต่ ไข่ซึ่งหมายถึง ส่วนที่ได้รับการผสมจากเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมีย เรียบร้อย รอการฟัก และเจริญเป็นตัวอ่อน และตัวเต็มวัยต่อไป โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตที่ออกลูกเป็นไข่มีหลายชนิด ไม่ว่าเป็นนก ไก่ จระเข้    จิ้งจก  และอีกมากมาย  ซึ่งส่วนใหญ่ไข่ของสัตว์เหล่านี้จะมีเปลือกห่อหุ้มเพื่อรักษาชีวิตที่เปราะบางภายในไว้  ฉะนั้นเปลือกไข่จึงต้องแข็งแรง   จะไม่แข็งแรงได้อย่างไรหละครับทุกท่าน  เพราะเปลือกไข่นั้นส่วนใหญ่ อุดมไปด้วย ธาตุ แคลเซียม ซึ่งมีมากในกระดูกและฟัน  แต่วันนี้การทดลองของเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของไข่นะครับ  วันนี้เราจะลองมาทำไข่ให้ไร้เปลือกกัน  ซึ่งพวกเราสามารถทำกันได้ง่ายๆ  ที่สำคัญอุปกรณ์หาได้ทั่วไปภายในบ้านของเราเอง  ถ้าพวกเราพร้อมสำหรับการทดลองมันส์ๆนี้แล้ว มาเตรียมอุปกรณ์กันเลยครับ

 

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง
1.  ขวดแก้ว  อาจจะเป็นขวดบรรจุกาแฟ โอวัลติน ขนม   ขนาดความจุที่สามารถใส่ไข่ไก่ได้ ( ขนาดอย่าเล็กมาก เวลานำไข่

      เข้า-ออกจะลำบาก และ อย่าใหญ่มาก จะเปลืองน้ำส้มสายชู  อย่าพึ่งสงสัยนะครับ ติดตามต่อไปเลยครับ)
2.  น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % ซึ่งหมายถึง  น้ำส้มสายชูที่มีกรดน้ำส้มเป็นส่วนผสม 5 %  และ  น้ำ 95%  ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับตาม

      แต่ที่บ้านพวกเราใช้ เตรียมไว้อย่างน้อย 500 ซีซี
3.  ไข่ไก่  ล้างสะอาดๆ   สัก 1 ฟอง
4.  ถ้วยปากกว้าง 1 ใบ

      เมื่อเราเตรียมอุปกรณ์กันเสร็จแล้ว  ลุยกันต่อเลยครับ
ขั้นตอนการลุย เอ้ย การทดลอง
1.  วัดขนาดไข่ไก่   และ สังเกตลักษณะไข่ไก่ พร้อมจดบันทึกไว้เดี๋ยวลืมหละ แย่เลย
2.  รินน้ำส้มสายชูลงในภาชนะ สักครึ่งก่อน หรือ ประมาณให้พอท่วมไข่
3.  ค่อยๆหย่อน ไข่ไก่ ลงในขวดที่บรรจุน้ำส้มสายชู  ค่อยๆนะครับ เดี๋ยวไข่แตก!
4.  สังเกตการเปลี่ยนแปลง  พร้อมจดบันทึก ( ใบ้ให้หน่อยหละกันครับ  จะมีฟองจะมากจะน้อย ทดลองกันดูเองนะครับ)
5.  แช่ทิ้งไว้เลยนะครับ ประมาณ 2 ? 3 วัน( ไม่ต้องปิดฝาสนิทนะครับ) ระหว่างนั้น หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ

     นะครับ จะได้ไข่ไร้เปลือกที่สวยๆ   ต้องใจเย็นๆครับ
6.  (สมมติว่าผ่านไปแล้ว 3 วัน)    นำถ้วยปากกว้าง และรินน้ำส้มสายชูใหม่ ใส่ไว้ครึ่งถ้วย  จากนั้นนำไข่ไร้เปลือกในขวดแก้ว

      ของเรามาใส่  ขั้นตอนนี้ต้องระวังนะครับ  เพราะตอนนี้ไข่ไก่ที่เคยมีเปลือกอันแข็งแรงของเรา  ไม่มีเปลือกอีกต่อไปแล้ว 

      พวกเราสามารถจับได้นะครับ แต่ต้องระมัดระวังกันหน่อย    
7.  วัดขนาดของไข่ไร้เปลือกแล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลตอนแรกที่ยังไม่ได้ใส่ในน้ำส้มสายชู  หรือจะลองเปรียบเทียบกับไข่

     ไก่ธรรมดาที่มีขนาดใกล้เคียงกันดู

 

เกร็ดความรู้ทางวิทยาศาสตร์
1.  เปลือกไข่ อุดมไปด้วยธาตุ แคลเซียม   แบบเดียวกับที่มีมากในฟันและกระดูก
2.  น้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด  สามารถกัดกร่อน และให้อันตรายได้ พวกเราต้องระวัง ไม่เจตนาสูดดม เมื่อสัมผัสต้องล้างมือ

     ทุกครั้งนะครับ
3.  ฟองอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างการทดลอง คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์(CO2  )อันเกิดจากปฏิกิริยาเคมี ระหว่างน้ำส้ม    

     สายชู (CH3COOH )กับ สารประกอบ แคลเซียม(CaCO3) ดังสมการต่อไปนี้


                                         2 CH3COOH + CaCO3              Ca(CH3COO)2  +  H2O+CO2


4.  ไข่ไร้เปลือกมีขนาดใหญ่กว่าไข่ธรรมดา เพราะเมื่อเปลือกไข่ไก่สลายจากความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูแล้ว ไข่ไก่ยังมีเยื่อ

     บางๆอยู่  เยื่อส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนประตูสำหรับกระบวนการแพร่แบบออสโมซิส คือ กระบวนการแพร่จากสารที่มี

     ความเข้มข้นมากไปหาสารที่มีความเข้มข้นน้อยโดยผ่านเยื่อบางๆ  ซึ่งสำหรับการทดลองของเรา คือ การที่น้ำในน้ำส้ม

     สายชูแพร่ผ่านเยื่อบางๆของไข่ เข้าสู่ ภายในของไข่  และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ไข่ไร้เปลือกของเรามีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่

     ธรรมดา

 

สุดท้าย หวังว่าทุกท่านจะสนุกไปกับการทดลองชุดนี้  วิทยาศาสตร์อยู่ใกล้ตัวเราและไม่ยากอย่างที่คิด  อย่างไรเสียฝากประชาสัมพันธ์กันสักหน่อยนะครับ   ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  มีการแสดงทางวิทยาศาสตร์ในเรื่อง ไข่มหัศจรรย์ ด้วยนะครับ ทุกท่านจะได้พบการทดลองเกี่ยวกับไข่มากมาย ถ้าสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดก่อนจะมาชมได้นะครับที่ http://www.nsm.or.th/activity/sci_show/activity_ss.html

 

 

1. ขวดแก้ว

 

2. เติมน้ำส้มสายชูประมาณครึ่งขวด

 

3. นำไข่ไก่ใส่ลงไป

 

4. สังเกตเห็นฟองลอยขึ้น

 

5. เปลือกไข่สลายแล้ว

 

6. เหลือแต่.....ไข่ที่ไร้เปลือก...

 

7. เปรียบเทียบขนาด  ไข่ไร้เปลือกใหญ่กว่าไข่ธรรมดา

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง
1. http://www.newton.dep.anl.gov/askasci/chem99/chem99442.htm
2. http://www.exploratorium.edu/cooking/eggs/activity-naked.html
3. http://www.kidzone.ws/science/egg.htm

 

Read 16898 times