นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้ยูเอ็นหามาตรการป้องกันอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

 

ที่มาภาพ : http://www.komchadluek.net/index.php

นักวิทยาศาสตร์ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้สหประชาชาติกำหนดแนวทางป้องกันอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ที่ออกมาจากโทรศัพท์มือถือรวมถึงอุปกรณ์ไร้สาย

รายงานข่าวจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส เกี่ยวกับการลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกจากนักวิทยาศาสตร์เกือบ 200 คน
ส่งถึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเทศสมาชิกยูเอ็น และองค์การอนามัยโลก เพื่อเรียกร้องให้กำหนดแนว
ทางป้องกันอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์ไร้
สายประเภทอื่นๆ รวมถึงการให้ความรู้และข้อมูลแก่ประชาชนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยนักวิทยาศาสตร์ให้
ข้อมูลว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างความเสียหายต่อดีเอ็นเอของมนุษย์ และมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งสูงขึ้น และยังส่งผลให้เป็นโรคอ้วนและออทิสติกได้

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นรูปแบบของการถ่ายทอดพลังงานจากแหล่งที่มีพลังงานสูงแผ่รังสีออกไปรอบๆ เดินทาง
ได้โดยไม่อาศัยตัวกลาง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง (ประมาณ 300,000,000 เมตรต่อวินาที เทียบเท่ากับการ
เคลื่อนที่รอบโลกประมาณ 7 รอบในเวลา 1 นาที) โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีช่วงความถี่ต่างๆ กัน มีชื่อเรียก
ช่วงความถี่ของคลื่นที่ต่างกันออกไป ได้แก่ คลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ รังสีอินฟาเรด รังสีอัลตราไวโอเต รังสีเอกซ์
และ รังสีแกมมา เรานำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงต่างๆ นี้มาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมาย
ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรม และการติดต่อสื่อสาร

ความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถืออยู่ในช่วงความถี่ของคลื่นไมโครเวฟ เป็นช่วงความถี่เดียวกับ
ที่ใช้ในเตาอบแบบใช้คลื่นไมโครเวฟ คือมีความถี่ประมาณ 800 – 2,500 MHz เป็นคลื่นที่มีพลังสามารถทะลุ
ผ่านเนื้อเยื่อของมนุษย์ได้ง่าย ซึ่งต่างกับคลื่นแสงที่ไม่สามารถทะลุผิวหนังเข้าไปลึกๆ ได้ ถึงแม้กำลังของ
โทรศัพท์มือถือจะน้อยกว่าเตาไมโครเวฟ แต่เนื่องจากมีความถี่ในช่วงเดียวกันจึงทำให้เกิดการกังวลถึงผลกระทบ
ที่จะเกิดขึ้นว่า คลื่นไมโครเวฟและความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟในโทรศัพท์มือถือจะมีผลต่อสมองของเราหรือไม่
ในการทำงานของอุปกรณ์ไร้สาย รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งสัญญาณ
เพื่อให้อุปกรณ์นั้นทำงานได้ จึงทำให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวหลีกเลี่ยงไม่ได้กับผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ที่แผ่มาจากเครื่องมือที่ใช้งานอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่างๆได้ โดยการใช้
งานเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงการอยู่กับอุปกรณ์นั้นนานๆ หรือหากไม่ใช้งานอุปกรณ์ก็ควรปิดระบบนั้น

ในการร่วมลงชื่อครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติที่เล็งเห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการร่วมลงนามเช่นนี้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ได้มีการรณรงค์และให้
ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

 

ทีมข่าววิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน
Link ที่เกี่ยวข้อง

 

http://www.neutron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com_content&task=view&id=2386
http://www.gisthai.org/about-gis/electromagnetic.html
http://www.edba.in.th/EDBA_M/index.php?option=com_content&view=article&id=462

 

 

Read 1473 times Last modified on วันศุกร์, 22 พฤษภาคม 2558 17:19