“สุนัขหลอดแก้ว” ครั้งแรกของโลก

 

ภาพจาก: http://www.bbc.com/news/science-environment-35053391
ความสำเร็จดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Public Library of Science ONE เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558
ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่การอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์รวมถึงเทคนิคใหม่ๆ ในการตัดต่อยีนเพื่อกำจัดโรค
ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในสุนัขและเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาโรคทางพันธุกรรมในมนุษย์

ทีมนักวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำการปฏิสนธิไข่และอสุจิในหลอดทดลองภายในห้องปฏิบัติการเพื่อ
สร้างตัวอ่อน (embryo) และนำไปฝากไว้ยังสุนัขเพศเมียในช่วงเวลาของวงจรการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ
โดยตัวอ่อนจำนวน 19 ตัวถูกย้ายไปฝากไว้ยังสุนัขเพศเมีย 2 ตัวจาก 2 สายพันธุ์ ซึ่งต่อมาได้ให้กำเนิดลูกสุนัข
สุขภาพแข็งแรงจำนวน 7 ตัว โดย 2 ตัวเป็นพันธุ์ผสมระหว่างแม่สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลกับพ่อสุนัขพันธุ์คอกเกอร์สแปเนียล
และอีก 5 ตัวมาจากแม่และพ่อสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล

ความท้าทายอันดับแรกของทีมวิจัยคือ การนำไข่ที่พร้อมปฏิสนธิออกจากสุนัขเพศเมีย ซึ่งต้องรอให้ไข่หลุด
ออกจากรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ (เมื่อเทียบกับคน) แล้วเป็นเวลา 1 วันก่อน ไข่ถึงจะพร้อมรับการปฏิสนธิ (สำหรับสุนัข)
ความท้าทายอันดับถัดมาคือ การเตรียมสภาวะแวดล้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิสนธิซึ่งทีมวิจัยประสบความ
สำเร็จในการทำให้เกิดการปฏิสนธิถึง 80 – 90 เปอร์เซ็นต์และความท้าทายสุดท้ายคือ การแช่แข็งตัวอ่อน
(ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว) ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยให้ทีมนักวิจัยสามารถย้ายตัวอ่อนเข้าไปสู่ท่อนำไข่ของแม่สุนัขได้ตรง
เวลาของช่วงวงจรการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 หรือ 2 ครั้งต่อปีเท่านั้น

และด้วยเทคนิคการตัดต่อยีนแบบใหม่ นักวิจัยอาจใช้เวลาเพียง 1 วัน ในการกำจัดยีนก่อโรคทางพันธุกรรมและ
ลักษณะด้อยในตัวอ่อนของสุนัข เช่น สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ มียีนที่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็ง
ต่อมน้ำเหลือง ในขณะที่พันธุ์ดัลเมเชียน มียีนที่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นนิ่วในท่อทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
นับว่าสุนัขเป็นสัตว์ทดลองที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจเรื่องโรคทางพันธุกรรมขั้นพื้นฐานเพราะสุนัข
และมนุษย์ มีลักษณะความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เหมือนกันกว่า 350 โรค ดังนั้นความสำเร็จนี้นอกจากจะนำ
ไปใช้ในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แล้ว ยังสามารถนำไปสู่เทคนิคการตัดต่อยีนผิดปกติและ
ผสมเทียมตัวอ่อน เพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรมในมนุษย์ได้อีกด้วย

ทีมข่าววิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.bbc.com/news/science-environment-35053391
http://www.sciencedaily.com/releases/2015/12/151209183500.htm

 

 

Read 1495 times Last modified on วันจันทร์, 13 มิถุนายน 2559 13:56