ตามปกติ เราจะคุ้นเคยสถานะของสสารในรูปของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส แต่ยังมีอีกสถานะหนึ่งที่ผู้คนยังรู้ไม่มากนักนั่นคือ พลาสมา (Plasma) โดยพลาสมามีลักษณะคล้ายแก๊สแต่มีลักษณะอะตอมที่ต่างกัน โดยในแก๊ส อิเล็กตรอนจะอยู่ภายในอะตอม แต่พลาสม่า อิเล็กตรอนจะหลุดออกมา ซึ่งประจุไฟฟ้าอิสระนี้ทำให้พลาสมามีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้า เราสามารถพบเห็นพลาสมาในชีวิตประจำวันได้ในหลอดไฟนีออน โดยข้างในหลอดไฟนีออนจะใส่แก๊สมีตระกูล (Noble Gas) หรือแก๊สเฉื่อย ซึ่งกระแสไฟฟ้าจะทำหน้าที่เปลี่ยนแก๊สให้กลายเป็นพลาสมาและเปล่งสีต่างๆ ออกมาตามประเภทของแก๊สที่ใช้…
พายุ (Storms) เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง จากอากาศ 2 บริเวณมีความแตกต่างของอุณหภูมิ บนโลกนี้ เราแบ่งประเภทพายุที่เกิดขึ้นตามตำแหน่งที่พายุได้ก่อตัว โดยพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วสูงสุด ซึ่งก่อตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกว่า พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) ขณะที่พายุลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียจะถูกเรียกว่า พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) และพายุเช่นเดียวกันที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกจะถูกเรียกว่า เฮอร์ริเคน (Hurricane)…
การสังเคราะห์ด้ว่ยแสง (Photosynthesis) พืช เจริญเติบโตได้ด้วยการสังเคราะห์ด้วยแสง หรือ Photosynthesis นั่นคือกระบวนการที่พืชเปลี่ยนพลังงานแสงให้มาอยู่ในรูปของพลังงานเคมีในโมเลกุลของน้ำตาล คำว่า Photosynthesis มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโดย photo แปลว่า “แสง” และ synthese แปลว่า “ประกอบเข้าด้วยกัน” Photosynthesis จึงหมายถึงการประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้แสง หรือการใช้แสงในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้กลายเป็นน้ำตาลกับก๊าซออกซิเจน…
ซุปเปอร์โนวา (Supernova) หรือ มหานวดารา เราน่าจะคุ้นเคยคำว่า ซุปเปอร์โนวา (Supernova) มากกว่าคำว่า มหานวดารา ซึ่งเป็นคำแปลในภาคภาษาไทย  ซุปเปอร์โนวา คือการระเบิดของดาวฤกษ์ เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ระเบิดที่รุนแรงสุดในอวกาศ สามารถเกิดขึ้นได้สองแบบ แบบที่หนึ่งคือเมื่อดาวฤกษ์หมดสิ้นอายุขัย เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่แกนของดาวถูกใช้จนหมดและมวลของดาวฤกษ์จะค่อยๆ ไปรวมอยู่ที่แกน หากแกนมีมวลมากจนไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงของมันได้ แกนจะพังก่อให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น แบบที่สองเกิดขึ้นในระบบดาวคู่…
จอประสาทตา หรือเรตินา เป็นเนื้อเยื่อชั้นบางๆ ของเซลล์รับภาพที่อยู่ด้านหลังของดวงตา แสงจากภายนอกผ่านรูม่านตาและเลนส์มาตกลงบนเรตินา ซึ่งเปรียบเสมือนฟิล์มของกล้องถ่ายรูป เซลล์ที่อยู่บนเรตินาจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณแสงให้กลายเป็นสัญญาณประสาทไฟฟ้า และส่งผ่านเส้นประสาทตา (Optic Nerve) ไปประมวลผลที่สมองส่วนหลัง (Occipital Lobe) ทำให้เห็นเป็นภาพ โดยปกติแล้วภาพจากเลนส์จะถูกโฟกัสลงบนเรตินา แต่ในกรณีคนที่สายตาสั้นภาพจะถูกโฟกัสข้างหน้าเรตินา ส่วนคนที่มีสายตายาวภาพจะถูกโฟกัสหลังเรตินา กรณีเหล่านี้ทำให้ทำให้ภาพที่ฉายลงบนเรตินาไม่ชัด คนที่สายตาสั้นและสายตายาวจึงจำเป็นต้องใส่แว่นเพื่อปรับให้ภาพกลับมาโฟกัสบนเรตินาแบบปกติ อ้างอิง:…
หน้าที่ 1 จาก 3