ภาพจาก: http://theunboundedspirit.com/wp-content/uploads/2014/08/sunlight.jpg ปริมาณพลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลกคิดเป็นประมาณ 6,000 เท่าของปริมาณพลังงานที่มนุษย์กำลังใช้อยู่ทั้งหมดบนโลกใบนี้ และเมื่อคิดรวมพลังงานที่มนุษย์เริ่มใช้พลังงานจากฟอสซิลตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ยังน้อยกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังพื้นโลกเพียง 30 วัน  
  ภาพจาก: http://www.slate.com/content/dam/slate/blogs/bad_astronomy/2015/07/14/pluto_color_beforeclosestapproach.jpg.CROP.original-original.jpg ดาวพลูโต (Pluto) ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2464 โดย Clyde W.Tombaugh และเมื่อปี พ.ศ. 2549 ได้รับการจัดให้เป็นดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) แทนสถานะดาวเคราะห์ (planet) เนื่องจากมีวงโคจรที่ซ้อนทับกับดาวเคราะห์ดวงอื่น…
  ภาพจาก: https://anothergirlwithalaptop.files.wordpress.com/2012/11/amdogstar01.jpg ดวงดาวกะพริบที่เรามองเห็นบนท้องฟ้า นั่นคือดาวฤกษ์เพราะดาวฤกษ์ให้คลื่นแสงที่สม่ำเสมอแต่เดินทางมาไกลทำให้ลำแสงมีขนาดเล็กมาก เมื่อเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลกซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งเกิดการหักเหจากเส้นทางเดิมเมื่อชนกับกับฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ ทำให้แสงเข้าสู่ตาของเราจากตำแหน่งที่แตกต่างกัน และมีทิศทางต่างกันเพียงเล็กน้อย การย้ายตำแหน่งของภาพเพียงเล็กน้อยนี้ ทำให้เราเห็นดาวมีแสงกะพริบ ขณะที่เรามองเห็นดาวเคราะห์ไม่กะพริบเพราะดาวเคราะห์เป็นแสงสะท้อนจากดาวฤกษ์และดาวเคราะห์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดาวฤกษ์ ลำแสงที่เดินทางมายังโลกมีขนาดใหญ่กว่าปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงไม่มีผลทำให้ลำแสงหักเหมากนัก  
  ภาพจาก: http://ftp.aao.gov.au/images/image/aat006_6x6.jpg ดาวเหนือหรือดาวโพลาริส อยู่ในกลุ่มดาวหมีเล็ก ปรากฏอยู่ใกล้ขั้วเหนือท้องฟ้า (Celestial North Pole) ทำให้ไม่ว่าจะมองเวลาไหนก็จะเห็นดาวเหนืออยู่ในตำแหน่งเดิมเสมอแต่เนื่องจากแกนโลกมีการเคลื่อนที่ ดาวเหนือที่เราเห็นในอดีตกับปัจจุบันจึงเป็นคนละดวงกัน โดยในอดีตเมื่อ 5,000 ปีก่อน ดาวเหนือคือดาวทูบันซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวมังกรและในอนาคตจะเป็นดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ  
  ภาพจาก: http://i.telegraph.co.uk/multimedia/archive/01690/aurora-reflected_1690217i.jpg ออโรรา (Aurora) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะเกิดขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก บางครั้งเรียกว่า แสงเหนือหรือแสงใต้ เกิดจากการที่อนุภาคประจุไฟฟ้าจากลมสุริยะเคลื่อนไปตามแนวสนามแม่เหล็กโลกแล้วพุ่งลงไปยังบรรยากาศชั้นบน ซึ่งทำให้ไปชนกับอะตอมของก๊าซจนปรากฏเป็นแสงสีสวยงาม  
หน้าที่ 6 จาก 28