20 ม.ค. - 20 ก.พ. 59 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ 5 ดวงเรียงตัวเป็นแนวบนท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น โดยจะสังเกตเห็นดาวพุธอยู่บริเวณเส้นขอบฟ้า ถัดมาเป็นดาวศุกร์ เสาร์ อังคารและพฤหัส ตามลำดับ ปรากฏการณ์นี้มองเห็นได้ด้วยตามเปล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ และเป็นปรากฏการณ์ปกติทางดาราศาสตร์ ไม่มีผลกระทบใดๆต่อโลก

อ่านข่าวเต็ม

Published in science news round-up
วันพุธ, 02 กันยายน 2558 00:00

ดวงจันทร์

 

ภาพจาก: http://space-facts.com/wp-content/uploads/moon.png

พื้นผิวของดวงจันทร์จริง ๆ แล้วมีสีดำคล้าย ๆ กับถ่านหิน ดวงจันทร์สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์มายังโลกของเราเพียง 6%
จากปริมาณแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ตกกระทบลงบนพื้นผิว โดยในคืนพระจันทร์เต็มดวงจะมีความสว่างมากกว่าคืนพระจันทร์เสี้ยวถึง 9 เท่า

 

 ดับข่าวลือในโซเชียลมีเดีย "ดาวอังคารจะใหญ่เท่าดวงจันทร์"

           ปิดฉากข่าวลือยาวนาน  8 ปี ดาวอังคารจะใหญ่เท่าดวงจันทร์  เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการดาราศาสตร์ไทย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ออกมายืนยัน ไม่มีทางเป็นไปได้ พร้อมวอนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารจากโลกไซเบอร์

            สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. ได้ส่งจดหมายข่าวชี้แจงผ่านแหล่งข่าววิทยาศาสตร์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกต่อข่าวลือที่ว่า ทุกวันที่ 27 สิงหาคม ของปี 2548-2556 ดาวอังคารจะส่องแสงสว่างชัด ใหญ่เท่าดวงจันทร์วันเพ็ญ ซึ่งเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ที่เรื่องนี้ถูกกระพือในโลกไซเบอร์ นับจากยุค "ฟอร์เวิร์ดเมล" จนโลกก้าวเข้าสู่ยุค "โซเชียลมีเดีย" ด้าน ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา  รองผู้อำนวยการ สดร. ได้ออกมาอธิบายถึงปรากฏกการณ์ที่ ดาวอังคารจะส่องสว่างเท่าดวงจันทร์ ว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้" เนื่องจากเมื่อคำนวณระยะห่างของดาวอังคาร จากวิถีโคจร ในวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าดาวอังคาร ควรมีระยะห่างจากโลกถึง 345 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก

             ดร.ศรัณย์ ยังได้เปิดเผยต่ออีกว่า "ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าดวงจันทร์ประมาณ 1 เท่า เพราะฉะนั้นที่ระยะทาง 345 ล้านกิโลเมตร นับว่ามีความสว่างน้อยมาก การที่ดาวอังคารมีความสว่างเท่ากับดวงจันทร์ นั่นหมายถึงดาวอังคารต้องเข้าใกล้โลกที่ระยะทาง 780,000 กิโลเมตร ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน"

              โดยปกติแล้ว ทุกๆ 26 เดือน ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคาร จะโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน และเป็นช่วงที่ดาวอังคารใกล้โลกที่สุด ซึ่งครั้งล่าสุดดาวอังคารโคจรเข้ามาเฉียดโลกเราประมาณ 100 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 แต่ระยะที่ใกล้ที่สุดที่เคยมาเฉียดโลกคือ 56 ล้านกิโลเมตร เมื่อ 27 สิงหาคม 2546 ในขณะที่ดวงจันทร์ อยู่ห่างจากโลกเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร และก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ดาวอังคารจะโคจรเข้ามาใกล้ขนาดที่จะทำให้เห็นขนาด หรือ แสงสว่างได้เท่ากับดวงจันทร์ในวันเพ็ญ ระยะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดของดาวอังคาร จะสว่างเทียบได้กับความสว่างของดาวพฤหัสบดีเท่านั้น

               ดร.ศรัณย์ ยังวอนผ่านไปยังประชาชนทั่วไปอีกว่า "ในช่วงนี้มีประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกียวกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในปัจจุบันโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ที่สามารถแพร่หลายไปในวงกว้างได้ภายในเสี้ยววินาที จึงอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อ เกิดความตื่นตระหนกและเข้าใจคลาดเคลื่อนได้"

              ทั้งนี้ทั้งนั้น ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การรับรู้ข้อมูลข่าววิทยาศาสตร์ จึงต้องใช้สติ และวิจารณญาณ รวมถึงติดตามแหล่งที่มาของข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตื่นตระหนกกับข่าวลือต่างๆ ในโลกไซเบอร์

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์ รายงาน

 Link ที่เกี่ยวข้อง :  http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000107501

วันศุกร์, 28 ธันวาคม 2555 00:00

นาซาทำลายยานอวกาศ

นาซาทำลายยานอวกาศ

         เมื่อจบภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ยานอวกาศ Ebb และ Flow จำต้องพุ่งชนภูเขาบนดวงจันทร์เพื่อทำลายตัวเอง

         เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 นาซา (National Aeronautics and Space Administration: NASA) บังคับยานอวกาศ 2 ลำ คือ Ebb และ Flow พุ่งชนภูเขาด้านขั้วโลกเหนือของดวงจันทร์เพื่อทำลายยานดังกล่าว หลังจบภารกิจทำแผนที่แรงโน้มถ่วงเพื่อศึกษาดวงจันทร์มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 นอกจากนี้ข้อมูลจากยานทั้งสองยังเผยให้เราทราบเรื่องของดวงจันทร์เพิ่มเติม เช่น ความหนาของเปลือกดวงจันทร์ จำนวนร่องรอยการพุ่งชนจากดาวหางและดาวเคราะห์ รวมทั้งลบล้างความเชื่อที่ว่าเดิมมีดวงจันทร์สองดวงแต่ดวงจันทร์พุ่งชนกันและรวมกันเป็นดวงเดียว

         นาซาตั้งชื่อบริเวณที่ยานอวกาศพุ่งชนว่า "Sally Ride" ตามชื่อนักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอซึ่งเสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ภาพจาก  http://www.popsci.com/science/article/2012-12/nasas-twin-moon-probes-crash-successfully-moon

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน

Link ที่เกี่ยวข้อง

 http://www.thairath.co.th/content/oversea/314236

 http://abcnews.go.com/Technology/wireStory/nasa-names-moon-crash-site-honor-sally-ride-17995833#.UNFnL-wweSo

 http://www.popsci.com/science/article/2012-12/nasas-twin-moon-probes-crash-successfully-moon