นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษแนะเยาวชนควรได้รับอนุญาตให้นอนตื่นสายหรือเข้าเรียนสายกว่าเดิม
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และส่งผลดีต่อสุขภาพ

สำนักข่าวบีบีซี รายงานผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ด้านการนอนหลับจากประเทศอังกฤษ เสนอให้
โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาเริ่มการเรียนการสอนเวลา 10 นาฬิกา ขณะที่มหาวิทยาลัยควรเริ่มสอนเวลา
11 นาฬิกา เพื่อป้องกันอาการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอแบบเรื้อรัง (chronic sleep deprivation)
นักวิจัยให้ข้อมูลว่าเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับร่างกายจริง ๆ เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า
นาฬิกาชีวภาพของวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นต้องการการพักผ่อนนอนหลับในช่วงเช้าของวัน แต่สังคม
ปัจจุบันทำให้วัยรุ่นสูญเสียเวลาพักผ่อนไปประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลเสียกับกระบวนการการเรียนรู้
และก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ

แม้ว่าจะปรับเปลี่ยนเวลาเข้าเรียนในระบบการศึกษาไม่ได้ในทันที เบื้องต้นนักวิจัยจึงได้รณรงค์เรื่องการ
นอนหลับพักผ่อนให้นักเรียน นักศึกษาโดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหน้าจอ (screen-based activity)
เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นโทรศัพท์มือถือ ก่อนนอนเพื่อส่งเสริมการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

ภาพจาก http://www.sciencedaily.com/releases/2015/09/150904082514.htm


ทีมข่าววิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.bbc.com/news/science-environment-34192371
http://www.sciencedaily.com/releases/2015/09/150904082514.htm

 

 

วัยรุ่นที่นิยมเปิดเพลงจังหวะเร้าใจขณะขับรถมีแนวโน้มทำผิดกฎจราจรและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างมาก
Sciencedaily รายงานผลวิจัยจากประเทศอิสราเอล ซึ่งทำการทดสอบกับนักขับวัยใส จำนวน 85 คน โดยสังเกตพฤติกรรมขณะขับรถเป็นเวลา 40 นาที ในระหว่างขับรถกลุ่มแรกให้ฟังเพลงจังหวะเร้าใจ กลุ่มที่สองฟังเพลงจังหวะสบาย ๆ และกลุ่มที่สามไม่ฟังเพลงขณะขับรถ ผลปรากฏว่านักขับกลุ่มที่ฟังเพลงจังหวะเร้าใจ มีแนวโน้มกระทำผิดกฎจราจรจนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เปลี่ยนเลนกะทันหัน ขับแซง และขับรถด้วยมือเพียงข้างเดียว ถึงร้อยละ 98
นักวิจัยให้ความเห็นว่านักขับส่วนใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 16-30 ปี มักนิยมฟังเพลงขณะขับรถ และเพลงที่เลือกฟังเป็นเพลงจังหวะมัน ๆ เช่น เพลงป๊อบ เพลงร็อก เพลงแดนซ์ เพลงฮิพฮอพ เพลงแร็พ รวมทั้งเปิดเพลงด้วยเสียงดังระดับ 120-130 เดซิเบล ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เสียงที่มนุษย์ได้ยินอย่างต่อเนื่องไม่ควรเกิน 85 เดซิเบล (สำหรับผู้ปฏิบัติงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน)

ทีมข่าววิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.sciencedaily.com/releases/2013/08/130823091347.htm
http://infofile.pcd.go.th/air/Noise_law.pdf?CFID=15259818&CFTOKEN=72225974
http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=251%3A-noise&catid=47%3A-m---m-s&Itemid=166&lang=th

http://www.oshthai.org/index.php?option=com_linkcontent&Itemid=68&sectionid=22&pid=60.376&task=detail&detail_id=745&lang=th