
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๒.๔๖ น. ตามเวลาในประเทศไทยนั้น มีความรุนแรง ๙.๐ ตามมาตราริกเตอร์ ซึ่งมีจุดศูนย์กลางไปทางตะวันออกของชายฝั่งเมือง ซานริกุ (ละติจูด ๓๘ องศาเหนือ ลองกิจูด ๑๔๒.๙ องศาตะวันออก) โดยเกิดที่ความลึกประมาณ ๑๐ กิโลเมตรใต้พื้นดิน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์จากทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency, IAEA) รายละเอียดสรุปได้ดังนี้

วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๖.๓๓ น. ตามเวลาประเทศไทย โรงไฟฟ้าหน่วยที่ ๑ หน่วยที่ ๒ และหน่วยที่ ๓ ของโรงไฟฟ้า Fukushima-Daiichi มีระดับรังสีสูงกว่าปกติในห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
เวลา ๑๗.๐๓ น. ตามเวลาประเทศไทย รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ของประเทศขึ้นที่จังหวัดฟูกูชิมา และได้แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยโดยรอบระยะห่างจากโรงไฟฟ้า ๓ กิโลเมตร ออกนอกพื้นที่ และประชาชนที่อยู่โดยรอบระยะห่างจากโรงไฟฟ้า ๑๐ กิโลเมตร จำเป็นต้องอยู่ในอาคารที่พัก เพื่อป้องกันการได้รับรังสี
วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๐๕.๔๕ น. ตามเวลาประเทศไทย ได้มีการประกาศเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์เพิ่มเติม ณ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima – Daini และได้แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยโดยรอบระยะห่างจากโรงไฟฟ้า ๓ กิโลเมตร ออกนอกพื้นที่ และประชาชนที่อยู่โดยรอบระยะห่างจากโรงไฟฟ้า ๑๐ กิโลเมตร จำเป็นต้องอยู่ในอาคารที่พัก เพื่อป้องกันการได้รับรังสี
เวลา ๑๓.๓๐ น. ตามเวลาประเทศไทย อาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Secondary Containment) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หน่วยที่ ๑ ของโรงไฟฟ้า Fukushima-Daiichi เกิดระเบิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากก๊าซไฮโดรเจนที่เป็นผลมาจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแท่งหุ้มเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่มีส่วนผสมของธาตุ Zirconium กับน้ำที่เติมลงไปเพื่อระบายความร้อน ก๊าซไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศจนกระทั่งถึงจุดระเบิดและเกิดระเบิดขึ้น ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้นำน้ำทะเลผสมโบรอน เติมเข้าไปในแกนเครื่องปฏิกรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อลดผลกระทบและความเสียหายของแท่งเชื้อเพลิงที่อยู่ภายใน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทำให้มีผู้ได้รับปริมาณรังสีสูงจำนวน ๑ คน (แต่ปริมาณรังสีไม่เกินข้อกำหนดของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับรังสีจำนวน ๔ คน

แสดงลักษณะของเครื่องปฏิกรณ์ BWR ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi
วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๐๐.๓๐ น. ตามเวลาประเทศไทย IAEA ได้แจ้งการประเมินผลการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ RSMC ซึ่งวิเคราะห์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศรัสเซีย ประเทศออสเตรเลียและประเทศจีน ผลคาดการณ์สารกัมมันตรังสีที่กระจายตัวในบรรยากาศ ในระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ น. ของวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ถึง เวลา ๐๖.๓๐ น. ของวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ พบว่าการเคลื่อนที่ของสารกัมมันตรังสีฟุ้งกระจายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิค คาดว่าไม่มีการฟุ้งกระจายมายังประเทศไทย
วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๐๙.๐๑ น. ตามเวลาประเทศไทย หน่วยงาน Nuclear and Industrial Safety Agency (NISA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเทศญี่ปุ่น ได้รายงานว่า อาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หน่วยที่ ๓ ของโรงไฟฟ้า Fukushima-Daiichi เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งมีสาเหตุเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หน่วยที่ ๑ และมีการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีปริมาณเล็กน้อย
เวลา ๑๐.๑๕ น. ตามเวลาประเทศไทย NISA ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ไม่มีผู้สูญหายจากการระเบิดของโรงไฟฟ้าหน่วยที่ ๓ และห้องควบคุมยังสามารถใช้การได้ภายหลังการระเบิด นอกจากนี้ระดับรังสีไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เชื่อว่าโครงสร้างคลุมเครื่องปฏิกรณ์ชั้นแรก (Primary Containment Vessel) ยังอยู่ในสภาพปกติ
เวลา ๑๑.๔๐ น. NISA ได้รายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๖ คน ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเกิดจากการได้รับปริมาณรังสีหรือไม่
เวลา ๑๕.๑๖ น. ตามเวลาประเทศไทย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศได้รับรายงานว่า ระดับน้ำที่อยู่ในแกนปฏิกรณ์ลดลงถึงระดับของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และความดันภายในแกนปฏิกรณ์เพิ่มสูงขึ้นมาก จึงได้มีการปฏิบัติงานเพื่อลดระดับแรงดันดังกล่าว จากนั้นได้มีการฉีดน้ำทะเลผสมโบรอนเข้าไปในแกนปฏิกรณ์และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

แสดงสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi
วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
เวลา ๐๔.๑๐ น. ตามเวลาประเทศไทย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศรายงานว่า NISA ยืนยันว่ามีการระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi หน่วยที่ ๒ และคาดการณ์ว่าในส่วนของ แหล่งเก็บน้ำสำหรับระบบระบายความร้อนฉุกเฉิน อาจเสียหายจากแรงระเบิด ซึ่งข้อมูลทางทบวงการจะแจ้งให้ทราบต่อไป
เวลา ๐๗.๕๕ น. ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศแจ้งว่าได้มีการประเมินความเสียหายของแกนปฏิกรณ์ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สูงกว่าที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศได้ประเมินไว้
ภารกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในการเตรียมความพร้อมต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ที่ประเทศญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทยในการประสานงานกับทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศสมาชิกทั่วโลกตลอด ๒๔ ชั่วโมง นอกจากนี้ได้ทำการจัดตั้งสถานีเฝ้าระวังภัยทางรังสีของประเทศไทย จำนวน 8 สถานี ที่ เชียงใหม่ พะเยา อุบลราชธานี ขอนแก่น ตราด ระนอง สงขลา และกรุงเทพฯ เพื่อติดตาม ตรวจวัด และเฝ้าระวังระดับรังสีในสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากกิจกรรมทางด้านนิวเคลียร์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยสถานีเฝ้าระวังฯจะทำการตรวจวัดระดับรังสีแกมมาในอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง แล้วส่งผลการตรวจวัดมายังศูนย์เฝ้าระวังภัยทางรังสี ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ทั้งนี้ล่าสุดผลการตรวจวัดระดับรังสีแกมมาในอากาศของประเทศไทยยังอยู่ในระดับปกติ ทั้งนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้เตรียมพร้อมต่อเหตุฉุกเฉินดังกล่าวที่มีผลต่อประเทศไทย ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
นายกิตติพงษ์ สายหยุด
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

รังสีและกากกัมมันตรังสี