th th
en

อังกฤษเจ๋ง สร้างเสียงเทียมให้มัมมี่อายุกว่า 3000 ปี

mummyscan.

นักวิทยาศาสตร์สุดเจ๋ง สร้างอวัยวะเทียมจำลอง จากร่างของมัมมี่อายุกว่า3000ปี ตามคำจารึกข้างโลงศพของ เนสยามุน นักบวชชั้นสูงแห่งมหาวิหารคาร์นัก
ที่ต้องการให้เสียงของตน มีคนได้ยินต่อไปในอนาคตแม้ตนเองจะสิ้นชีพไปแล้วก็ตาม

ทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจาก วิทยาลัยรอยัลฮอลโลเวย์ มหาวิทยาลัยลอนดอน มหาวิทยาลัยยอร์กและพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองลีดส์ของสหราชอาณาจักร
ได้ร่วมมือกันประดิษฐ์ชิ้นส่วนอวัยวะเทียม จากร่างมัมมี่เนสยามุน ได้แก่ ช่องทางเดินเสียง(vocal tract) และกล่องเสียง(larynx) โดยใช้เครื่องซีทีสแกนอวัยวะ
ภายในของมัมมีอย่างละเอียดและสร้างอวัยวะเทียมขึ้นมาโดยใช้การพิมพ์สามมิติ ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมาครั้งแรกจากการสังเคราะห์นี้ เป็นเสียงสระ “แอ” ที่ฟัง
ดูคล้ายกับเสียงร้องของแกะนั่นเอง

mummyvocaltract

สำหรับเครื่องซีทีสแกนนั้น เป็นเครื่องเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ซึ่งจะฉายรังสีเอกเรย์ไปตามบริเวณที่ต้องการ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะสร้างภาพฉายเป็นลักษณะโครง
สร้างภายใน ที่มีความละเอียดสูง สามารถนำไปสร้างแบบให้เครื่องพิมพ์สามมิติได้นั่นเอง ซึ่งผลของการตรวจร่างมัมมี่เนสยามุสยังพบว่า เขาเป็นโรคเหงือกจน
ฟันเสื่อมสภาพไปอย่างมากและเสียชีวิตเนื่องมาจากอาการแพ้รุนแรงซึ่งอาจจะเกิดจากการวางยาพิษหรือถูกผึ้งต่อยที่ลิ้น โดยมัมมี่ของเนสยามุนยังคงมีลิ้นจุก
ปากผิดจากสภาพของมัมมี่โดยทั่วไป

เนสยามุนนั้น มีชีวิตอยู่ในช่วง 1,099 - 1,069 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยของฟาโรห์รามเซสที่ 11 โดยเป็นนักบวชชั้นสูงประจำวิหารเทพอามุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ของมหาวิหารคาร์นักในเมืองลักซอร์ ประเทศอียิปต์ซึ่งเนสยามุนเป็นนักบวชชั้น วาอับ ซึ่งเชื่อว่าบรรลุถึงความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณขั้นสูง และได้รับอนุญาต
ให้เข้าไปยังที่ประดิษฐานรูปเคารพของเทพอามุนในชั้นในสุดของวิหารได้

ทีมนักวิจัยผู้ประดิษฐ์อวัยวะเทียมของมัมมี่เนสยามุนในครั้งนี้กล่าวว่า ในอนาคตเรามีแผนจะใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์สังเคราะห์เสียงของมัมมี่ให้เป็นคำที่มี
ความหมาย และจะรวบรวมคำต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้เป็นประโยค โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายทอดคำสวดร้องของเนสยามุนได้ตรงตามแบบที่เขาเปล่งออกมาใน
มหาวิหาร เพื่อบรรลุความต้องการของเนสยามุน ที่สลักข้อความไว้ข้างโลงบรรจุมัมมี่ของเขา ที่อยากจะให้ผู้คนในอนาคตได้ยินเสียงของเขานั่นเอง

ผู้เขียน นายพงศ์ธร สมบูรณ์วณิชย์


ที่มาข้อมูล  https://www.bbc.com/thai/features-51235985

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.nature.com/articles/s41598-019-56316-y
https://www.pobpad.com/ct-scan

กรอกอีเมลเพื่อติดตามข่าวสาร