th th
en

ปัจจุบันเราอาจได้ยินคำว่า 4G หรือ 5G กันมาบ้างแล้ว ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการพูดถึงโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ต แต่ความจริงแล้ว 5G คืออะไรกันแน่ มีความเกี่ยวเนื่องกับชีวิตของเราอย่างไร แล้วทำไมต้องเป็น 5G บทความนี้อาจช่วยไขข้อสงสัยของคุณได้ไม่มากก็น้อย

 

5G คืออะไร?

หากสืบค้นข้อมูลมีผู้ให้นิยามของคำว่า 5G ไว้เยอะแยะมากมาย เราอาจสรุปความหมายของ 5G แบบสั้น ๆ เข้าใจง่ายได้ดังนี้ 5G หรือ 5th Generation คือ ยุคของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายยุคที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพและความเร็วมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายได้ เพื่อการใช้งานที่สะดวก ทุกที่ทุกเวลาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ก่อนจะมาเป็น 5G

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สายนั้นเริ่มขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2523 และถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ โดยแบ่งออกเป็นยุคต่าง ๆ ดังนี้

• 1G ประมาณ พ.ศ. 2523 เป็นยุคที่ใช้การส่งสัญาณแบบแอนะล๊อก การสื่อสารไร้สายในยุคแรกเกิดจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์รับและส่งสัญญานผ่านอากาศ เราสามารถส่งได้แต่เสียงเท่านั้น เราจึงใช้เทคโนโลยีนี้กับโทรศัพท์ไร้สายเป็นส่วนใหญ่

• 2G ประมาณ พ.ศ. 2533 ในยุคที่สอง เป็นยุคที่เริ่มใช้การบีบอัดข้อมูลแบบดิจิทัล และใช้คลื่นไมโครเวฟในการส่งสัญญาณ หากเราต้องการส่งข้อมูล ก็ต้องทำการร้องขอการเชื่อมต่อเป็นครั้ง ๆ ไป อีกทั้งโทรศัพท์ถูกพัฒนาให้มีหน้าจอที่สามารถแสดงผลข้อความ จึงทำให้เราสามารถส่งข้อความได้เพิ่มขึ้น เช่น การรับ - ส่ง SMS และ MMS เป็นต้น โดยในยุคนี้เรายังมีอุปกรณ์อีกอุปกรณ์หนึ่งเพิ่มเติมเข้ามานั่นคือ วิทยุติดตามตัว หรือ เพจเจอร์ (Pager) นั่นเอง

• 3G ประมาณ พ.ศ. 2544 ในยุคที่สาม เป็นยุคที่มีการบีบอัดข้อมูลและสามารถรับส่งได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น จึงเป็นยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตไร้สายในโทรศัพท์ คุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากยุค 2G ก็คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Always On คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับโทรศัพท์ของเราแบบตลอดเวลา เราจึงสามารถส่งได้ทั้งเสียง ข้อความ ภาพ และวีดีโอสั้น ๆ สิ่งที่เราคุ้นเคยในยุคนี้ก็คือ การท่องอินเทอร์เน็ตแบบ WAP และ การ Video Call นั่นเอง

• 4G ประมาณ พ.ศ. 2552 ในยุคที่สี่ เป็นยุคที่มีการพัฒนาคุณสมบัติของอุปกรณ์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์รับ - ส่งข้อมูลที่บีบอัดได้เร็วขึ้น หน่วยประมวลผลที่ทำงานเร็วขึ้น แม้กระทั่งหน้าจอทัชสกรีนที่ทำให้การทำงานของโทรศัพท์มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นยุคทองของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน (Smart Phone) เราสามารถส่งได้ทั้งเสียง ข้อความ ภาพ วีดีโอ และไฟล์งานต่าง ๆ เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการทำงานของเรา เช่น การรับ – ส่งอีเมล การเก็บไฟล์งานบนคลาวด์ (Cloud) อย่างเช่น Google Drive เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นยุคเริ่มต้นของโซเชียลมีเดีย (Social Media) อีกด้วย

• 5G ประมาณ พ.ศ. 2563 ในยุคที่ห้าเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กล่าวได้ว่าเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของทุกคนไปแล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงโทรศัพท์อีกแล้ว ยังถูกใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ หรือที่เราคุ้นหูกันดีในชื่อ IoT (Internet of Things) หรือ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง นั่นเอง

 

01

 

 

ทำไมต้องเป็น 5G?

ด้วยความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น การตอบสนองที่ไวขึ้น ทำให้คุณสมบัติของ 5G สามารถสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น อดีตเราพกสมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียวในการใช้งาน ปัจจุบันบางท่านอาจมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติมเช่น แท็บเล็ต หรือเราอาจต้องเชื่อมต่อโทรทัศน์ ตู้เย็น หลอดไฟ กล้องวงจรปิด แอร์ ประตูบ้าน หรือแม้กระทั่งรถยนต์เข้ากับอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ทำให้เทคโนโลยี 4G ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อให้เห็นภาพรวม เราอาจต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่าง 4G กับ 5G ดังรูป

 

02

 

 

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี 5G มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหลายด้านโดยอาจแยกเป็นหัวข้อได้ ดังนี้

• Latency
การตอบสนองไวขึ้น สามารถสั่งงาน และควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าแทบจะทันที เนื่องจากมีความหน่วงที่ต่ำ ตอบสนองได้ไวถึง 1 ส่วนพันวินาที

• Data Traffic
รองรับการ รับ-ส่ง ข้อมูลได้มากกว่า ถ้าเป็น 4G จะสามารถ รับ - ส่ง ข้อมูลได้ราว 7.2 Exabytes ต่อเดือน แต่สำหรับ 5G จะเพิ่มขึ้นราว 7 เท่า หรือ 50 Exabytes ต่อเดือน

• Peak Data Rates
เร็วแรงกว่าเดิม 5G มีความเร็วมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งเร็วมากพอที่จะดูวิดีโอ 8K ออนไลน์แบบ 3 มิติ หรือดาวน์โหลดภาพยนตร์ 3 มิติ ได้ในภาย 6 วินาที

• Available Spectrum
ความถี่ให้เลือกใช้มากกว่า โดย 5G จะสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้จนถึง 30GHz ซึ่งเป็นความถี่ย่านใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน

• Connection Density
รองรับการใช้งานที่มากกว่า รองรับจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

 

เกี่ยวอะไรกับเรา?

แน่นอนว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งเทคโนโลยี 5G ก็เช่นกัน เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่มีประสิทธิภาพจะเป็นตัวกระตุ้น และเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของเทคโนโลยีอื่น ๆ เราอาจเห็น 5G เข้าไปมีบทบาทในหลายด้าน เช่น

• เกษตรกรรม เราจะใช้เครือข่ายในการควบคุมโรงเรือนเพาะปลูก การให้น้ำ หรือแม้กระทั่งการเฝ้าระวังโรคที่จะเกิดขึ้นกับพืชของเรา Smart Farm จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

• ด้านธุรกิจ เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า คู่ค้า และสามารถวิเคราะห์ตลาดได้เร็วขึ้น ทำให้คนทั่วไปมีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจได้มากขึ้น การสั่งสินค้าทางอินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นพฤติกรรมทั่วไป

• ด้านสุขภาพ เราจะสามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยผ่านการ Video Call หรือการรักษาผ่านอุปกรณ์พิเศษ อาทิการผ่าตัดทางไกล

• ด้านการศึกษา เราจะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จากการสืบค้น หรือสื่อรูปแบบต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต การเรียน การสอน หรือการอบรมสัมมนา จะถูกจัดในรูปแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น

• ด้านความปลอดภัย กล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ จะถูกเชื่อมต่อกับศูนย์กลางผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์พฤติกรรมอันตราย และแจ้งเตือนก่อนที่เหตุจะเกิดขึ้น

• ด้านคมนาคม ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ จะถูกใส่เป็นระบบพื้นฐานของรถยนต์และขนส่งมวลชน รถส่วนบุคคลจะมีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขนส่งมวลชนจะสามารถวิเคราะห์ปริมาณคนและปริมาณรถ รวมถึงระยะเวลาได้แบบ Realtime ทำให้ตรงเวลาและเพียงพอมากยิ่งขึ้น

• ด้านความบันเทิง เราจะใช้สื่อ มัลติมีเดียต่าง ๆ ผ่านระบบ Streaming และ Cloud Computing กล่าวคือ เราไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นหรือคอมพิวเตอร์คุณภาพสูงอีกต่อไป เพียงใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เราก็จะดูสื่อความบันเทิงเหล่านี้ได้

• ด้านการใช้งานส่วนบุคคล เราจะใช้สมาร์ทโฟนในการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน การรับ - ส่งไฟล์ในการทำงาน การซื้อของออนไลน์ การดูการถ่ายทอดสด การทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

เทคโนโลยีการสื่อสารยังคงถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เครื่องมือและการบริการอื่น ๆ ยังถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ หากแต่เราอาจต้องปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันยุคทันสมัย เราอาจได้คุยกับเพื่อนแบบโฮโลแกรมสามมิติ หรือเราอาจมีแม่บ้าน AI คอยเป็นเลขาส่วนตัวของเราตลอดเวลาก็เป็นได้ หลังจากนี้เทคโนโลยีการสื่อสารจะหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นความท้าทายเหนือจินตนาการยากจะตอบได้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะยังคงถูกพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

ที่มารูปภาพ:

[1] https://twitter.com/InfoTechradix/status/1402872011521626115/photo/1
[2] https://policyforum.att.com/wp-content/uploads/2018/11/5G_Competition_Based_Model_1.pdf

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

[1] From 1G to 5G: A Brief History of the Evolution of Mobile Standards [อินเทอร์เน็ต]. (เข้าถึงวันที่ 18 ก.ค. 64) เข้าได้จาก https://www.brainbridge.be/en/blog/1g-5g-brief-history-evolution-mobile-standards
[2] 5G คืออะไร? เข้าใจ 5G ง่ายๆไม่ถึง 5 นาที [อินเทอร์เน็ต]. (เข้าถึงวันที่ 18 ก.ค. 64) เข้าได้จาก https://www.marketingoops.com/reports/understand-what-is-5g/
[3] 5G POLICY PRIMER: THE U.S. COMPETITION-BASED INDUSTRY MODEL IS WINNING THE GLOBAL “RACE” TO 5G [อินเทอร์เน็ต]. (เข้าถึงวันที่ 18 ก.ค. 64) เข้าได้จาก https://policyforum.att.com/wp-content/uploads/2018/11/5G_Competition_Based_Model_1.pdf

 

 

เรียงเรียง: ธานี หลินลาโพธิ์
ตรวจทาน: วรรณวจี สุจริตธรรม
กองวิชาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

 

 

 

 
กรอกอีเมลเพื่อติดตามข่าวสาร